LINE

ติดต่อสอบถาม ได้ที่ 074-223420 หรือ 081-5988838
LINE ID : mailaser2006

2557-06-23

การร้อยไหม ดีต่อผิวหน้าจริงหรือไม่

ร้อยไหมใบหน้าดีจริงหรือไม่
รูปภาพแสดงการร้อยไหมก่อน-หลัง จากหลายๆสื่อทั่วโลก
กระแสการร้อยไหมบนใบหน้า แม้จะไม่แรงเหมือน 1-2 ปี ก่อนแต่ยังคงมีกระแสความต้องการใบหน้าสวยใส เต่งตึง ดูดี อ่อนเยาว์ ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ทั้งที่หลายแหล่งบอกว่า  "ทำแล้วดี ได้ผลมาก.... " อย่างโน้นอย่างนี้ แต่ก็มีหลายกระแสออกมาคัดค้านว่า "ไม่เห็นดีจริงอย่างที่โฆษณา" เลยกลายเป็นว่าบางคนร้อยไหมแล้วใบหน้างดงามขึ้นมาก แต่บางคนกลับรู้สึกเฉยๆ ไม่เห็นความแตกต่าง 
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะตัดสินใจ " ร้อยไหม" อย่างคนอื่นเค้าบ้างดีไม๊

รูปตัวอย่าง แสดงตำแหน่งที่นิยม" ร้อยไหม" เพื่อแก้ไขริ้วรอย และความหย่อนคล้อย


ความจริง " การร้อยไหม " ดีกับผิวหน้าเราจริงๆหรือไม่  
ข้อที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนเลยคือว่า  

1.ชนิดของไหม
ไหมที่ใช้ร้อยเข้าสู่ใบหน้านั้น ปัจจุบันมีอยู่หลากหลายแบบด้วยกันต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมจึงจะเกิดประโยชน์ และเห็นความแตกต่าง  เช่น มีผิวหนังหย่อนยานมากการใช้ไหมเกาหลี ชนิดธรรมดาอาจไม่เห็นผลในการยกกระชับ แต่ผิวพรรณก็จะแลดูสดใสมีน้ำมีนวลมากขึ้น

2.ความแตกต่างของโครงสร้างใบหน้า
ในคนไข้หลายคนๆการแก้ไขใบหน้าให้สวยสมบูรณ์ตามจินตนาการของคนไข้นั้น ไม่สามารถทำได้ด้วยการร้อยไหมเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างง่ายๆเช่นริ้วรอยรอบดวงตา มีแพทย์เกาหลีเคยสาธิตการร้อยไหมโชว์ให้ดูโดยใช้ ไหมละลายเส้นสั้น ร้อยใต้ตาและหางตา ไหมช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้บ้างบางส่วน แต่ไม่สามารถแก้รอยตีนกาขณะยิ้มได้ เพราะสาเหตุตีนกาเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อรอบดวงตา ต้องใช้วิธีฉีดโบท็อกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อเท่านั้น หรือกรณีที่ร่องแก้มหรือร่องน้ำตาลึก การร้อยไหมจะแก้ไขสองจุดนี้ได้ไม่ดีนัก การเติมเต็มสารจำพวกฟิลเลอร์ (Filler ) น่าจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม และเจ็บน้อยกว่า

3.อายุคนไข้ 
การร้อยไหมในคนอายุน้อยกว่า 30 ปี
กรณีที่ผิวตึงอยู่แล้ว อาจแทบจะไม่เห็นความแตกต่างเลยหลังการร้อยไหม ถ้าอยากผิวสวยขึ้นยังมีทางเลือกอื่นที่เจ็บน้อย และ ประหยัดเงินกว่าเช่น การทำ ไอพีแอล ผลัดผิวด้วยกรดผลไม้เข้มข้น หรือ การทำเลซอร์ เป็นต้น ยกเว้น กรณีที่มีแก้มเยอะมาก ผิวเริ่มหย่อนคล้อย มีร่องแก้ม หน้าไม่ได้สัดส่วน มีไขมันรอบคางหรือใต้คาง และสุดท้าย หากเคยลองรักษาวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น การร้อยไหมบางตำแหน่งก็อาจช่วยได้
การรัอยไหมในคนอายุ 30-55 ปี 
เนื่องจากโดยมากมักไม่อยากจะผ่าตัดดึงหน้าหรือทำศัลยกรรม หรือยังไม่พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ การร้อยไหมจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะชลอวัยและช่วยให้ดูดีขึ้น 
( โดยมากต้องทำร่วมกับวิธีอื่นเช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เนื่องจากมักมีปัญหาหลายๆจุด พร้อมกัน)  การร้อยไหมจึงต้องพิจารณาเป็นรายๆไป โดยต้องเลือกชนิดไหมในการร้อย และตำแหน่งในการร้อยไหมเพราะไหมบางชนิดความสามารถในการยกกระชับหรือดึงหน้าจะน้อยมาก สิ่งที่จะได้คือหน้าดูเล็กลงเล็กน้อย และใสขึ้นเท่านั้น การร้อยไหมที่แข็งแรงขึ้นและมีตัวช่วยเกี่ยวหรือยึดผิวอาจจะเหมาะสมกว่า
การร้อยไหมในคนอายุมากกว่า 55 ปี 
ต้องพิจารณาก่อนว่าผิวหนังและโครงสร้างใบหน้ามีปัญหามากน้อยแค่ไหน หากมากเกินกว่าจะร้อยไหมแล้วได้ผลดี ควรทำศัลยกรรมก่อน แล้วค่อยมาร้อยไหมในภายหลังได้ เมื่อมีการหย่อนคล้อยอีก หรือปรับให้ผิวสวยขึ้น

ปัจจุบันมีไหมสำหรับร้อยใต้ผิว มีออกมาหลายสิบแบบ รวมถึงเส้นไหมที่ทำจากเส้นทองคำ ซึ่งโดยมากมีหลักการไม่แตกต่างกันมากนัก ชนิดที่นิยมใช้กันมาก และมีรายงานทางการแพทย์กล่าวถึง
 มีอยู่ 3-4 ชนิดดังต่อไปนี้

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างของ "การร้อยไหม" แต่ละประเภท 

 ไหมก้างปลารุ่นใหม่ เป็นไหมชนิดที่ทำขึ้นเลียนแแบบไหมก้างปลาที่ผลิตขึ้นในอเมริกาเพื่อยกกระชับหน้าโดยมีวิธีร้อยไหมแบบเดียวกัน  แต่เปลี่ยนเป็นไหมละลายที่อยู่ในร่างกายได้นานแทน เพื่อต้องการลดปัญหาและผลข้างเคียงจากการใช้ไหมไม่ละลาย  และเพื่อทำให้การร้อยไหมแบบเกาหลี สามารถยกกระชับผิวหนังได้ดีขึ้นกว่าแบบเดิมๆ

ตัวอย่างไหมเกาหลีที่มีการพัฒนารูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการร้อยไหม
แต่ก้ยังไม่ผลการทดลองยืนยันว่าไหมรูปแบบไหน เห็นผลดีกว่ากัน



เทคนิคการร้อยไหมก้างปลา แบบมาตราฐาน ที่นิยมในอเมริกา ร้อยแนวเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้าโดยจุดที่รั้งผิวหนังให้ตึงและดูเป็นธรรมชาติที่สุดคือตำแหน่งไรผมเหนือใบหู
โดยใช้ไหมเพียง 4-6 เส้นต่อด้าน

ตัวอย่างการร้อยไหมแบบเกาหลี ซึ่งมักร้อยเข้าไปทีละหลายเส้น รอบๆบริเวณแก้ม
คาง ใต้คาง และคอ 
สรุปคือ "การร้อยไหม" จัดเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมา
ชลอวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาทดแทน หรือ การชลอการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อยกกระชับใบหน้า การเลือกร้อยไหม หรือ เทคโนโลยีอื่นๆเช่น การยกกระชับหน้าด้วยเลเซอร์ 
ยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ ยกกระชับหน้าด้วยฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์
การเลือกรักษาด้วยวิธีใดนั้นขึ้นกับหลายปัจจัยได้ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น การเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุดนั้น เราคงต้องศึกษาหาข้อมูลและตัดสินใจให้ดีก่อน....











โปรโมชั่นกำจัดขน 2014

กำจัดขนถาวรด้วยเลเซอร์ใหม่ ราคาพิเศษสุดๆ
ด้วย เลเซอร์ long pulse ND Yag : Aileen plus เป็นเลเซอร์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในการกำจัดขนถาวรในคนเอเชีย ซึ่งผิวคล้ำกว่าฝรั่ง
โดยข้อดีของเลเซอร์รุ่นใหม่ Aileen plus คือ
1.พลังงานสูง จึงกำจัดขนได้ทั้งขนหนาและขนอ่อน
2.มีระบบพ่นลมเย็นที่ได้มาตราฐาน ปรับเบาแรงได้ จึงช่วยลดความเจ็บปวดได้ดี และที่สำคัญคือ่วยป้องกันผิวหนังจากความร้อนจองเลเซอร์ ทำให้เกิดปัญหาผิวไหม้ หลังการเลเซอร์กำจัดขน น้อยลงมาก
3.สามารถกำจัดขนได้รวดเร็ว และแม่นยำ แม้ในพื้นที่กว้างๆ เช่น แขนขา


 ราคาโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อ ซื้อกำจัดขน 5 ครั้ง จะได้ส่วนลดพิเศษ 15 % ทันที
วันนี้ ถึง กันยายน 2014 ค่ะ

2557-06-03

แนวทางการรักษาและดูแลฝ้า 2014

แนวทางการรักษาและดูแลฝ้า 2014

ฝ้า รอยดำบนผิวหน้าที่เกิดขึ้นง่ายแต่หายยาก
รอยดำจากฝ้าที่เราเห็นนั้น เกิดจากกลุ่มของเม็ดสีที่เซลล์สีผิวของเราสร้างขึ้นมามากผิดปกติ
ในธรรมชาติ เซลล์เม็ดสีของเราจะสร้างเซลล์สีออกมาทำให้เห็นเป็นสีผิวขาว เหลืองหรือคล้ำ ขึ้นกับ
เชื้อชาติ  เมื่อถูกกระตุ้นก็จะสร้างสีออกมามากผิดปกติ เป็นเปื้อนสีเข้มกว่าผิวปกติ
ฝ้า รอยดำ แสงแดด
ฝ้า รอยดำที่กระจายตัวเหมือนแผนที่ มักเป็นสองด้านของใบหน้าเท่าๆกัน
ฝ้าแบ่งออกเป็น 4 ประเภท


1.ฝ้าตื้น   Epidermal melasma
2.ฝ้าลึก     Dermal melasma
3.ฝ้าผสม     Mixed type melasma คือพบทั้งฝ้าลึกและฝ้าตื้นอยู่ด้วยกัน
4.ฝ้าแฝง  เป็นฝ้าที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า  Wood's light inapparent melasma 

ฝ้าผสม พบ เม็ดสีอยู่ในชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้

ตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้าได้แก่

  • แสงแดด โดยเฉพาะ UVA
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศหญิง ทั้งที่มีเป็นธรรมชาติ  เช่นในภาวะตั้งครรภ์ หรือ ได้รับฮอร์โมนเพศหญิงจากภายนอก เช่น ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนทดแทนในวัยทอง หรือมากับอาหารหรืออาหารเสริมบางอย่าง เช่น ว่านชักมดลูก  กวาวเครือ เป็นต้น
  • พันธุกรรม พบว่า มักพบฝ้าได้หลายคนในครอบครัวเดียวกัน
  • โรคบางอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับฮอร์โมนร่างกาย เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ
แนวทางการรักษาฝ้า ในปัจจุบันล่าสุด 2014 
  • ทาครีมหรือยาที่มีส่วนผสมที่ช่วยทำลายเม็ดสี หรือ ยับยั้งการสร้างเซลล์สี เป็นพื้นฐานที่สำคัญมากในการรักษา การเลือกใช้ยาหรือไวน์เทนนิ่ง ขึ้นกับสภาพผิว รอยโรค (ฝ้า) การตอบสนองของเม็ดสี และมักต้องใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ยาหลายชนิดต้องใช้ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น
  • ทาครีมกันแดด ที่มีค่า SPF มากกว่า 30 และต้องใช้สม่ำเสมอทุกวันแม้อยู่ในที่ร่มก็ตาม
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากจำเป็นควรสวมอุปกรณ์ป้องกันแดด เช่นหมวก ร่ม หรือ ผ้าปิดหน้า
  • งดหรือหลีกเลี่ยงยาคุมกำเนิด ฮอร์โมน หรือ อาหารเสริมบางชนิด
  • การทำทรีทเมนส์  ควรเป็นทรีทเมนส์ประเภทที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกออก เป็นการช่วยขจัดเม็ดสีส่วนเกินออกไปได้เร็วขึ้น อาทิเช่น การผลัดผิวด้วยกรดชนิดต่างๆ  การทำกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี  ทั้งการผลัดผิว หรือกรอผิว ควรทำโดยผุ้ที่มีความชำนาญเนื่องจากอาจทำให้เกิดผลเสียตามมา เช่น ผิวบาง ระคายเคืองง่าย รอยฝ้าดำขึ้นมากกว่าเดิม หรือมีการอักเสบของผิว เกิดรอยด่างขาว หรือ ด่างถาวร 
  • การรักษาด้วยแสง หรือ เลเซอร์   เลือกทำในรายที่เป็น "ฝ้าลึก" หายยาก ไม่ค่อยตอบสนองกับการใช้ยาหรือการดูแลวิธีอื่น ในคนเอเชียรวมถึงคนไทยพบ ฝ้าผสม (ตื้นและลึก)  ได้ประมาณ 60-80% และการศึกษาในปัจจุบันยังพบว่าในคนที่เป็นฝ้าจะมีการขยายตัวของหลอดเลือดฝอย ทำให้ฝ้าจางหายได้ยากขึ้นจากการใช้ยาเพียงอย่างเดียว
เลเซอร์ที่ใช้รักษาฝ้าได้ในปัจจุบัน ได้แก่
  • ไอพีแอล IPL หรือ แสงความเข้มสูง ใช้ในการช่วยทำให้ฝ้าจางได้เร็วขึ้นแต่มักไม่ถาวร และต้องทำในที่ที่เชื่อถือได้เท่านั้น เพราะ ไอพีแอลทำให้เกิดปัญหาผิวไหม้ หน้าลอก และรอยดำรักษายากขึ้นได้
  • เลเซอร์แย็ค ชนิด คิวสวิทย์ เอ็นดี แย็ค Q-switch ND : Yag 1064 เป็นเลเซอร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อช่วยในการทำลายเม็ดสีโดยเฉพาะ ด้วยลักษณะพิเศษของลำแสงที่ถูกออกแบบให้เรียบเป็นเส้นตรง จึงช่วยเกลี่ยทำลายเม็ดสีได้โดยไม่เกิดความร้อนสูงจนเกิดปัญหาผิวไหม้ เรียกว่า การทำเลเซอร์โทนนิ่ง " Laser Toning 
ฝ้าและคำแนะนำการทำเลเซอร์ด้วยเครื่อง Spectra VRM III จากประเทศเกาหลี
ซึ่งปัจจุบันเป็นเลเซอร์ที่ได้รับการยอบรับเพื่อรักษาฝ้าที่รักษาได้ยาก

เลเซอร์ สเปกตร้า วีอาร์เอ็ม เพื่อรักษาฝ้า
  • เลเซอร์กลุ่มแฟรกชันนอล Fractional laser   อาทิเช่น Frexel หรือ Finescan 1550 ทำลายเม็ดสีโดยการทำลายให้หลุดลอกออกไป เป็นการลดจำนวนเม็ดสีรวมถึงเซลล์สี ช่วยในการควบคุมการเกิดใหม่ของฝ้าได้ดี
    ตัวอย่างการทำเลเซอร์ฟายแสกน
  • เลเซอร์กลุ่มที่ช่วยลดขนาดและทำลายเส้นเลือดฝอย   
ตัวอย่างเลเซอร์กลุ่มรักษาเส้นเลือดฝอย

ภาพการตรวจพิเศษพิสูจน์ให้เห็นเส้นเลือดฝอยจำนวนมากในบริเวณที่เกิดฝ้า
เช่นเลเซอร์ในกลุ่ม Long pulse ND : Yag :ซึ่งช่วยให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวตีบเล็กลง ฝ้าจางและไวต่อแสงแดดน้อยลง เป็นเทคนิคที่เรียกว่า Dual Toning ซึ่งนิยมกันมากในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี  พบว่าช่วยดูแลและป้องกันการกลับเป็นซ้ำของฝ้าได้ดี