ฟายสแกน ( FineScan ) เหมาะกับการรักษาปัญหาผิว ดังต่อไปนี้
ทางเลือกเพื่อความสวย สุขภาพดีและปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมข้อมูลข่าวสารที่อัพเดทก่อนใครในหาดใหญ่ Welcome to Aesthetics and Laser Center in Hatyai , Songkla , Thailand. Where you can find the most-trusted knowleage and latest technology. www.skinlaser-hatyai.com
LINE
2557-03-12
ขั้นตอนการรักษาด้วยฟายสแกน ( FineScan laser )
ฟายสแกน ( FineScan ) เหมาะกับการรักษาปัญหาผิว ดังต่อไปนี้
2555-04-06
การฉีดโบท็อกซ์...ดี หรือ ปลอดภัยแค่ไหน ? Is it OK to Do Botox??
2555-03-11
การรักษา"ฝ้า"ด้วยเลเซอร์
การรักษา"ฝ้า" วิธีนี้เรียกว่า " เลเซอร์โทนนิ่ง " [ laser toning ]" มักทำ ทุกสองสัปดาห์ ประมาณ ห้าถึงสิบครั้ง ขึ้นไป ขึ้นกับลักษณะของฝ้า
ร่วมกับการทาครีมกันแดดทุกวัน เลี่ยงกิจกรรมที่ต้องตากแดด งดใช้ยากลุ่มฮอร์โมน และ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและยับยั้งการเกิดฝ้า
การรักษาใช้เลเซอร์มาร่วมในการรักษาด้วยยา จากประสบการณ์ห้าปี พบว่า ต้องใช้การเรียนรู้นานพอสมควรจึงจะทำได้ดี โดยไม่มีผลข้างเคียง อาทิเช่นฝ้าดำขึ้น ด่างขาว เลเซอร์ที่ใช้ต้องมีลักษณะหัวพิเศษ(Flat beam)ซึ่งไม่ได้มีในเลเซอร์แย็คทั่วไป และที่สำคัญคือเลเซอร์มีข้อดีในการช่วยปรับสภาพผิว รูขุมขนเล็กลงและหน้าตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการทายาอย่างเดียวจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ให้เห็นค่ะ ^__^
/
2555-02-19
มาดูวิธีลบรอยสักกัน
2555-01-23
การร้อยไหม เทคนิคเกาหลี Korea Beauty Thread Lift
2555-01-21
ผิวสวยด้วย ออกซิเจนกับ M.A.I.Laser Clinic
2554-12-18
2554-02-12

รอยดำที่ข้อมือจากการทำอาหาร
รอยดำจากโรคผิวหนังอรวิมล สุทธิศิริกุล
2554-01-28
นายแม่ ( แน่มาก) แห่ง 93 Mass FM / Mind FM 104.25

มืออาชีพอย่าง พี่วี หรือ ดีเจวีระศักดิ์ หรือ ตอนนี้ ทั้งหาดใหญ่คงไม่มีใครไม่รู้จัก



ใครอยากสวยแบบนี้บ้าง ไปหา นายแม่ ที่ 93 mass FM ได้เลยค่ะ @^__^@/
2554-01-26
""ผิวสวย"" แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

ผิวสวยที่ทุกคนอยากมีผิวนั้น คือผิวที่อยู่ในช่วงอายุ 10-20 ปี ซึ่งสดใส เต่งตึง ปราศจากสิวฝ้า และจุดด่างดำบนใบหน้า การมีผิวสวยนั้นถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งของคนทุกคน เพราะเชื่อว่าสามารถดึงดูดเพื่อนและเพศตรงข้ามได้ดี
ทางการแพทย์นั้น ลักษณะผิวสวยและแข็งแรง มีคุณสมบัติดังนี้
- มีสารเคลือบผิวตามธรรมชาติ
- มีการผลัดเซลล์ผิวอยู่เป็นประจำ
- กระบวนการซ่อมแซมคอลลาเจนและไฟเบอร์อิลาสตินมีประสิทธิภาพเยี่ยม
- มีการไหลเวียนของเลือดอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหมายความถึงมีการไหลเวียนของสารอาหารที่เพียงพอต่อผิว
- มีระดับการกักเก็บ proteoglycans และ glycosaminoglycan ที่เพียงพอ (กรดอะมิโนที่ทำให้ผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยวแฟบ )
- มีความสามารถในการรักษาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว
- มีระดับการต้านอนุมูลอิสระสูง
- มีน้ำมันตามธรรมชาติของผิวที่มีปริมาณเพียงพอ แต่ไม่มากเกินไป
- มีระดับไขมันใต้ผิวหนังหนาพอสมควร
ดังนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสมเป็นประจำ ทานอาหารที่มีคุณค่า รวมถึงการดูแลผิวด้วยเทคโนโลยีที่ถูกต้อง เหมาะสม จึงเป็นทางที่จะทำให้ผิวสวยอ่อนเยาว์อยู่กับคุณไปนานเท่านาน
Onwimon suttisirikul. MD
การเลือกใช้ครีมกันแดด
ผิวหนังและตาเป็นอวัยวะที่ต้องเปิดรับแสงแดดได้มากที่สุด แม้ว่าผมและเล็บจะมีโอกาสได้รับมากที่สุดเช่นกันแต่ไม่ไวต่อแสงและมีความสำคัญมากในทางการแพทย์การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพ ผิวหนัง ตา และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยเฉียบพลันหรือสะสมเรื้อรัง
ผลกระทบเฉียบพลันได้แก่ ผิวหนังแดง (Erythema) ผิวหนังเกรียมและกระจกตาอักเสบจากแสงแดด (Photokeratitis)
ผลกระทบสะสมเรื้อรังเช่น มะเร็งผิวหนัง ผิวหนังแก่ก่อนวัย โรคตาเช่นต้อเนื้อ ต้อลม(Pterygium) และพยาธิสภาพของกระจกตา (Keratopathy)
ขณะที่ UV-B ก่อให้เกิดผิวหนังเกรียมและมะเร็งผิวหนังเป็นส่วนใหญ่ UV-A มีผลกระทบต่อเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและความสามารถเปลี่ยนโครงสร้างของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและเนื้อเยื่ออีลาสติคดังนั้นจึงไปเร่งอายุขัยให้กับเซลล์ผิวหนัง เราจึงมีความจำเป็นในการทำความเข้าใจเรื่องความสามารถของผิวหนังในการปรับตัวต่อรังสีอัลตราไวโอเลตโดยก่อให้เกิดเซลล์สร้างสีสีแดงหรือสีน้ำตาล (Tan) ซึ่งมีผลต่อต้านการรับรังสีอัลตราไวโอเลตในขณะที่ตามนุษย์ไม่มีความสามารถนี้
วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันผิวหนังคือการสวมเสื้อผ้า หมวก กางเกง เสื้อผ้าที่รังสีอัลตราไวโอเลตผ่านได้ควรระบุชัดเจน ส่วนผิวที่ไม่สามารถป้องกันได้โดยเสื้อผ้าควรใช้ยากันแดดที่ประกอบด้วยตัวกรอง UV-A และ UV-B ระหว่างได้รับแสงแดดครั้งแรกควรใช้ยากันแดดที่มีแฟคเตอร์ป้องกันแสงแดด SPF (Sun Protection Factor) ประมาณ 30
เด็กและทารกควรได้รับการระมัดระวังมากเป็นพิเศษความสามารถป้องกันแสงแดดของยากันแดดไม่เพียงขึ้นอยู่กับคุณภาพแต่รวมไปถึงการใช้อย่างถูกวิธี คนส่วนใหญ่ทายากันแดดน้อยเกินไปและทาไม่บ่อยอย่างเพียงพอ
ยากันแดดที่มีแฟคเตอร์ป้องกันแสงแดดต่ำกว่า 15 ควรจะต้องทาทุก 2 ชั่วโมง ควรใช้ก่อนรับแสงแดดและควรทาซ้ำหลังการว่ายน้ำถ้าใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันผิวเกรียม มะเร็งผิวหนังและการแก่ก่อนวัย
การเลือกใช้ยากันแดด
แฟคเตอร์ป้องกันแสงแดดที่ระบุไว้ในผลิตภัณฑ์เป็นตัวบอกประสิทธิภาพที่สูงขึ้นตามตัวเลขเนื่องจากอันตรายต่อผิวหนังที่ได้รับจาก UV-A และยังไม่มีมาตรฐานการกรอง UV-Aของยากันแดดจึงควรตรวจสอบวันหมดอายุของตัวกรอง UV-A ในผลิตภัณฑ์ด้วยไม่ควรใช้ยากันแดดเพื่อการอยู่กลางแดดนานขึ้นแต่ว่าควรจำกัดการได้รับแสงแดดเช่นกันจึงเป็นเหตุผลว่าควรทายากันแดดซ้ำบ่อยๆโดยเฉพาะบริเวณที่อ่อนและไวต่อแสงเช่น จมูก หู คอ หลังส่วนบน หลังเท้า ฯลฯ ให้เลือกยากันแดดที่เหมาะสมสำหรับแต่ละชนิดผิวและระดับดัชนีรังสีอัลตราไวโอเลต ดังตาราง
ตารางที่ 2 แสดง แฟคเตอร์ป้องกันแสงแดดที่แนะนำสำหรับแต่ละชนิดผิว ที่ระดับดัชนีรังสีอัลตราไวโอเลต ต่างๆ
UV INDEX | ชนิดผิวที่ 1 | ชนิดผิวที่ 2 | ชนิดผิวที่ 3 | ชนิดผิวที่ 4 |
1-3 | 15 | 12 | 9 | 6 |
4-6 | 30 | 25 | 15 | 12 |
7-9 | 50 | 40 | 30 | 20 |
>10 | 60 | 50 | 40 | 30 |
ตารางที่ 1 แสดงชนิดผิวหนัง
ชนิดผิว | สีผิว | สีตา | สีผม |
ชนิดผิวที่ 1 | ขาว /อาจมีกระเล็กน้อย | ฟ้า | แดง |
ชนิดผิวที่ 2 | ขาว | ฟ้า / เขียว | บลอนด์ / น้ำตาล |
ชนิดผิวที่ 3 | ขาว | น้ำตาล / เทา | น้ำตาล |
ชนิดผิวที่ 4 | ดำหรือน้ำตาลเข้ม | น้ำตาล | น้ำตาล/ดำ |
นอกจากชนิดผิวหนังแล้วปฏิกิริยาที่เกี่ยวกับโรคผิวหนังและโรคตายังสามารถเปลี่ยนแปลงประสิทธิภาพการป้องกันได้เช่นปฏิกิริยาความไวต่อแสงที่เกิดจากยาบางชนิดที่รักษาโรคผิวหนังเช่นสารเคมีที่มีคุณสมบัติดูดซับแสงในช่วง UV-B และ UV-A (Psoralens) สารเคมีซึ่งอยู่ในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดมีความสามารถดูดซับแสงที่ความยาวคลื่น 405 nm (porphyrin)น้ำมันดำแลถ่านหิน ยาปฏิชีวนะหรือยาแก้อักเสบชนิดต่างๆและพืชบางชนิด ฯลฯ สามารถก่อให้เกิดผิวหนังแดงแม้เพียงได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นปริมาณเล็กน้อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิว

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวในการรักษาสิว
1. การดูแลสุขอนามัยที่ดีจะทำให้ลดการเกิดสิว
การดูแลสุขอนามัยที่ดี เช่น การใช้สบู่ การดูแลความมันบนใบหน้าจะทำให้ลดการเกิดสิว
ความจริงคือ ยังไม่มีข้อสรุปที่บอกว่าการดูแลผิวพรรณให้สะอาดอยู่ตลอดเวลาจะช่วยลดการเกิดสิวซ้ำร้ายหากการดูแลความสะอาดนั้นอาจทำให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้นด้วยหากดูแลผิดวิธียกตัวอย่างเช่น การใช้สบู่ที่มีฤทธิ์ในการชำระล้างที่สูงเกินไป การใช้มือถูนวดใบหน้ามากเกินไป
2. การล้างหน้าช่วยทำให้ลดการเกิดสิว
การล้างหน้าบ่อยๆช่วยลดการเกิดสิว
ความจริงคือ การล้างหน้าที่มากเกินไปร่วมกับการขัดถูจะทำให้สิวแย่ลง โดยการกระทำเช่นนี้อาจทำให้เกิดสิวอักเสบหรือรอยดำจากสิวขึ้นมาได้ เคยมีการทดลองเปรียบเทียบการรักษาสิวโดยแบ่งเป็น กลุ่มA พยายามรักษาสิวโดยทำให้ผิวแห้งที่สุด กลุ่มB รักษาตามปกติ กลุ่มC รักษาโดยพยายามหลีกเลี่ยงน้ำ ผลที่ได้คือ กลุ่ม BและC ให้ผลที่ดีกว่าการรักษาที่ทำให้ใบหน้าแห้ง
3. การแตะจับใบหน้าบ่อยๆมีผลทำให้สิวแย่ลงหรือไม่
การแตะจับใบหน้าบ่อยๆมีผลทำให้สิวเพิ่มขึ้น
ความจริงคือ การแตะจับผิวหน้าบ่อยๆ เกิดการระคายเคืองของผิวหนังทำให้เกิดสิว การทำทรีตเมนท์ต่างๆ หรือการนวดหน้ามากเกินไปก็ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน
4. การแกะสิวหรือกดสิว
การแกะหรือกดหัวสิวทำให้สิวแย่ลง
ความจริงคือ การแกะสิวและการกดสิวอย่างไม่ถูกวิธีหรือทำมากเกินไป ทำให้มีรอยแผลเป็นจากสิวการใช้น้ำกรดแต้มก็ไม่ได้ช่วยการรักษาสิวแต่ทำให้มีรอยดำหรือแผลเป็นมากขึ้น
5. การรับประทานอาหาร
อาหารบางอย่างทำให้เกิดสิว
ความจริงคือ การทานอาหารบางอย่างมีผลต่อการเกิดสิว ในปัจจุบันมีการรายงานอาหารที่เกิดสิวได้แก่ อาหารไขมันสูง / ผลิตภัณฑ์นม เนย / อาหารที่มีแคลอรีสูง ส่วนมากเป็นอาหารของชาวตะวันตก แต่ไม่พบความสัมพันธ์กับการทานชอคโกแลต
เอ็มเอไอ เลเซอร์คลีนิค








