ทางเลือกเพื่อความสวย สุขภาพดีและปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมข้อมูลข่าวสารที่อัพเดทก่อนใครในหาดใหญ่ Welcome to Aesthetics and Laser Center in Hatyai , Songkla , Thailand. Where you can find the most-trusted knowleage and latest technology. www.skinlaser-hatyai.com
LINE
2555-04-06
การฉีดโบท็อกซ์...ดี หรือ ปลอดภัยแค่ไหน ? Is it OK to Do Botox??
2554-12-18
2554-03-05
สิ่งที่ควรรู้ก่อน...จะลดน้ำหนัก
หากจะลดน้ำหนัก...ต้องทานอาหารให้สมดุลย์และออกกำลังกาย ความจริงนี้เราทราบดีกันทุกคนเพราะเราเรียนสุขศึกษากันมาตั้งแต่ประถม แตในการปฎิบัติจริง คนส่วนใหญ่มากกว่า 80 % ยังมีปํญหาในการคุมน้ำหนักให้ได้ตามที่ตนเองต้องการ แสดงว่าน่าจะมีอีกหลายอย่างที่เรายังไม่รู้............ต้องใช้ผลวิจัยมาช่วยแล้วละ 
1. การออกกำลังกายอย่างเดียวพบว่าน้ำหนักจะลดลงน้อยมาก ต้องเปลี่ยนวิธีทานอาหารร่วมด้วยเท่านั้นน้ำหนักถึงจะลดลงได้
2. หลังอายุ 30 ปี ไปแล้ว ทุก 10 ปีการเผาผลาญอาหารในร่างกายจะลดลง 100 แคลอรีต่อวัน นั่นหมายความว่าทุกช่วงอายุที่เปลี่ยนไปเราจะมีน้ำหนักมากขึ้นประมาณ 5-10 % หากทานอาหารเท่าเดิม
3. เด็กที่อ้วนตั้งแต่เป็นทารก เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่มีแนวโน้มอ้วนง่ายและอ้วนกว่าเด็กที่มีน้ำหนักมาตรฐาน
4. ในผู้หญิงที่มีประจำเดือนไม่ปกติหรือรังไข่ทำงานไม่ปกติ มีแนวโน้มที่จะอ้วนและลดน้ำหนักได้ยากกว่าคนทั่วไป
5. คนที่น้ำหนักเกินโดยส่วนใหญ่พบปัญหาจากความเครียดและอาการซึมเศร้า หดหู่มากกว่าคนทั่วไป การจะลดน้ำหนักได้ดีและเห็นผลมักจำเป็นต้องใช้วิธีลดความเครียดเข้ามาช่วย เช่น การเข้ากลุ่มทำกิจกรรม ทำสมาธิหรือออกกำลังกาย

· วิธีเลือกทานแต่อาหารไขมันต่ำ
จากการทดลองพบว่าทุกวิธีช่วยลดน้ำหนักในระยะยาว (มากกว่า 1 ปี) ได้ไม่แตกต่างกัน
***การเลือกวิธีทานอาหารให้เหมาะกับตัวเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะบางวิธีเช่น ทานแป้งน้อยมากแต่ทานโปรตีนมาก มีแนวโน้มปฎิบัติตามได้ยาก จึงพบว่าคนส่วนใหญ่มักล้มเลิกกลางคันบ่อยๆ การลดน้ำหนักจึงล้มเหลว
รอติดตาม ...การใช้ยาเพื่อช่วยลดน้ำหนัก ในตอนต่อไปค่ะ
อรวิมล สุทธิศิริกุล
เอ็มเอไอ เลเซอร์คลินิก
ดูยังไง...ว่าอ้วน

ตัวชี้วัดว่า “อ้วนหรือผอม” ในทางการแพทย์นิยมใช้ ค่า BMI :ซึ่งคำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูง
BMI เท่ากับ น้ำหนักตัว ( กิโลกรัม )
[ ความสูง(เมตร) ]²
ตัวอย่างเช่น คนสูง 160 ซม. น้ำหนัก 50 กิโลกรัม มี
BMI เท่ากับ 50
1.6х1.6
เท่ากับ 19.5
การแปลผลเทียบกับBMIมาตรฐาน
(BMI ที่ใช้กันในญี่ปุ่นและสิงคโปร์ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับคนเอเชียมากขึ้น)
ประเภท | ค่า BMI |
ผอมผิดปกติ | น้อยกว่า 14.9 |
น้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน | ระหว่าง 15 to 18.4 |
น้ำหนักปกติ | ระหว่าง 18.5 to 22.9 |
น้ำหนักเกินมาตรฐาน | ระหว่าง 23 to 27.5 |
อ้วน Obese | ระหว่าง 27.6 to 40 |
อ้วนมาก Morbidly Obese | มากกว่า 40 |
ดังนั้น หากส่วนสูง 160 ซม.
น้ำหนักตัวระหว่าง 47.3 ถึง 58.8 กิโลกรัม แสดงว่าน้ำหนักอยู่ในเกินมาตรฐาน
น้ำหนักมากกว่า 58.8 กิโลกรัม (BMI เท่ากับ 23 ) แสดงว่าน้ำหนักเกิน
น้ำหนักมากกว่า 70.6 กิโลกรัม (BMI เท่ากับ 27.6 ) แสดงว่าอ้วน.....เป็นต้น
หากใครสูงประมาณ 160 ซม.และหนักระหว่าง 58-70 กิโลกรัม จะไปว่าเค้าอ้วนไม่ได้นะค่ะ คงต้องเรียกว่า “อวบ” มากกว่า
อรวิมล สุทธิศิริกุล
เอ็มเอไอ เลเซอร์คลินิก หาดใหญ่
2554-02-26
ความจริงเกี่ยวกับอาหารเสริม 2011

บางเรื่องหมอก็พอมีความรู้อยู่บ้าง เช่น การเสริมแคลเซียมในวัยทอง หรือธาตุเหล็กในคนไข้โลหิตจาง เพราะต้องแนะนำประจำ แต่ตอนนี้มีอาหารเสริมสารพัดเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น จมูกข้าว น้ำดื่มเสริมความงาม น้ำมันปลา สมุนไพรจึงทำให้หมอเองก็ต้องตื่นตัวมาค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้กับตัวเองและครอบครัว รวมถึงจะได้ให้คำแนะนำได้ถูกต้องเวลามีคนถาม
ข้อมูลที่ได้มามักจะเป็นข้อมูลจากต่างประเทศ เพราะมักมีคนขี้สงสัยและเข้าไปศึกษาวิจัยจนได้คำตอบมา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะถูกต้อง 100 % ทุกเรื่อง อาหารเสริมบางตัวผลตอนนี้อาจจะดีแต่อีก2-3ปีข้างหน้าอาจะพบว่าก่อให้เกิดปัญหา เป็นต้น จึงต้องอ่านแล้วมากลั่นกรองและจับประเด็นได้ดังนี้ค่ะ

ใครบ้างที่ควรทานอาหารเสริมและควรเลือกทานอะไร
บุลคลบางกลุ่ม
ที่ควรทานอาหารเสริมหรือวิตามินบางอย่าง ได้แก่
· สตรีวัยทอง ควรได้รับแคลเซียมอย่างน้อย 1000 มิลลิกรัม และ วิตามินดี
400 ยูนิต ต่อวัน เพื่อป้องกันกระดูกพรุน และความเสี่ยงกระดูกหัก นอกจากนี้วิตามินดียังมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง
· ในคนสูงอายุ การรับประทาน น้ำมันปลาที่มีโอเมก้า-3 หรือ DHA ช่วยในเรื่องความจำ ลดอาการหลงลืมตามวัย ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ แต่ยังไม่พบว่าทำให้อาการของอัลไซเมอร์ซึ่งเป็นโรคทางสมองชนิดหนึ่งในคนสูงอายุดีขึ้น
· การเสริมวิตามินรวม เช่นวิตามินเอ ซี อีและซิงค์ [Zinc] ในคนไข้ภูมิต้านทานบกพร่อง หรือ HIV ช่วยเพิ่มระดับเม็ดเลือดขาว CD4 ทำให้ภูมิต้านทานต่อโรคดีขึ้น
· โคเอนไซด์ [Co-enzyme Q10] 30-300 มิลลิกรัมต่อวัน ช่วยลดปัญหาโรคหัวใจแทรกซ้อนในคนที่มีปัญหาหัวใจวาย หรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
บุคคลสุขภาพดีที่ยังไม่มีโรคแทรกซ้อน
มีรายงานพบว่าการเสริมวิตามินบางตัว อาจให้ผลดีและมีประโยชน์ได้แก่
· ในผู้ชาย การทานอาหารเสริมที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี ซี
เบต้าแคโรทีน ซิงค์ [Zinc] ซีลีเนียม [selenium] ช่วยลดการเกิดมะเร็งและโรคหัวใจ เนื่องจากผู้ชายมักทานอาหารที่มีผักผลไม้น้อยกว่าผู้หญิง
· การรับประทานวิตามินรวมที่มี โฟเลทและวิตามินบี6 อาจจะช่วยลดการเกิดมะเร็งเต้านม
· อาหารเสริมที่มีคาร์โรตินอยด์ และโปรไบโอติก ซึ่งเป็นอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ Lactobacillus johnsonii (La1) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่ง พบว่าทำให้ความต้านทานต่อแสงแดดของผิวหนังมากขึ้น จึงช่วยในการปกป้องผิวและลดการเกิดริ้วรอยและจุดด่างดำในระยะยาว (ดีจัง)
ข้อควรระวังในการเลือกทานอาหารเสริม
1. ปริมาณที่ปลอดภัยในการรับประทาน
เนื่องจากบางคนเลือกรับประทานอาหารเสริม สมุนไพรหรือวิตามินพร้อมกันหลายๆตัว ก่อนทานควรต้องทราบว่าในอาหารเสริม สมุนไพรหรือวิตามินนั้นๆมีอะไรเป็นส่วนประกอบบ้าง เพราะมีรายงานปัญหาจากการทานมากเกินไป
เช่น
มีรายงานคนไข้ 201 รายในอเมริกา มีอาการท้องเสีย อาเจียน ผมร่วงและปวดข้อ เนื่องจาก ซีลีเนียมเป็นพิษ
ตับอักเสบจากการทานสมุนไพรหรืออาหารเสริมเป็นระยะเวลานาน
2. ปริมาณสารพิษที่อาจปนเปื้อนมาในขั้นตอนการผลิต
เพราะฉนั้นที่มาของอาหารเสริม สมุนไพรหรือวิตามินจึงมีความสำคัญ
เช่น การปนเปื้อนของโลหะหนักจำพวกสารปรอท ตะกั่ว ในสาหร่ายหรือปลาทะเล เป็นต้น
3. ปัญหาการทานอาหารเสริม สมุนไพรหรือวิตามิน ร่วมกับยาบางตัว
เช่น สารสกัดจากใบแปะก๊วย หรือกระเทียมมีแนวโน้มทำให้เลือดออกง่ายในคนที่ทานยาละลายลิ่มเลือด หรือมีโรคหัวใจ เป็นต้น
**ข้อมูลที่กล่าวมาเป็นเพียงข้อมูลบางส่วนจากการค้นคว้าเพื่อช่วยเป็นแนวทางในการเลือกทานอาหารเสริมเท่านั้น อาหารเสริม สมุนไพรหรือวิตามินบางตัวไม่ได้เอ่ยถึงในที่นี้เนื่องจากยังหาข้อมูลสนับสนุนว่ามีประโยชน์จริงไม่ได้ หากผู้อ่านมีข้อมูลเพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์สามารถเขียนแนะนำได้ค่ะ
***ขอบคุณข้อมูลบางส่วนมาจาก Medscape Education
อรวิมล สุทธิศิริกุล
เอ็มเอไอ เลเซอร์คลินิก หาดใหญ่



