LINE

ติดต่อสอบถาม ได้ที่ 074-223420 หรือ 081-5988838
LINE ID : mailaser2006
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลเซอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลเซอร์ แสดงบทความทั้งหมด

2557-05-05

ร่องแก้มลึกเกิดจากอะไร "Why we have naso-labial fold or smile lines"


ใบหน้าที่สวยสมบูรณ์แบบและดูเด็กตลอดเวลาคืิอความต้องการของทุกคน
สังเกตุบริเวณโครงสร้างหน้าของนางแบบระดับโลกพบว่า
จะไม่มีรอยลึกใต้กระบอกตาและไม่มีร่องแก้ม
โหนกแก้มเด่น และ กลมกลืนกับจมูก ปาก และคาง

รูปภาพแสดงการเปลี่ยนแปลงของร่องแก้มเมื่อเวลาผ่านไป

สาเหตุการเกิดร่องแก้ม ส่วนใหญ่เกิดจาก
  1. ผิวหนังหย่อนยานลงจากการขาดคอลลาเจน
  2. ไขมันบริเวณแก้มเคลื่อนตัวลง เป็นไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก
  3. การแสดงสีหน้าอารมณ์มากๆ อาทิเช่น ยิ้ม หรือ หัวเราะ
  4. พันธุกรรมที่มีโครงสร้างของร่องลึกบริเวณแก้ม ตั้งแต่อายุน้อยๆ
  5. การถอนฟัน หรือ การจัดฟันที่ทำให้กระดูกกรามบนเล็กลง
    การแก้ไขสามารถทำได้หลายวิธี เดิมมักเป็นเรื่องของการผ่าตัดเป็นหลัก 
แต่บัจจุบัน มีการผลิตคอลลาเจนซึ่งเลียนแบบ คอลลาเจนใต้ผิวตามธรรมชาติของมนุษย์ ใช้เพื่อเติมเข้าสู่จุดที่มีปัญหา เรียกว่า " FILLER " ชนิดที่นิยมใช้และปลอดภัยที่สุดในปัจจุบัน คือ ชนิดที่เรียกว่า  HA  หรือ ไฮยารูโรนิก

ข้อดีของ ฟิลเลอร์ FILLER ชนิด HA คือ เป็นสารที่เติมเต็มได้โดยไม่ก่อให้เกิดการแพ้ จึงไม่จำเป็นต้องทดสอบการแพ้ก่อนฉีด
มีความนิ่มนวลเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งเป็นก้อน
กรณีที่ไม่สวย หรือ เติมมากเกินไป สามารถทำลายได้โดยตัวละลาย
อายุของ HA ขึ้นอยู่กับชนิดและความหนาแน่น โดยส่วนใหญ่อยู่ได้ 6-18 เดือน 



การเติมเต็มร่องแก้มทำได้หลายเทคนิค โดยต้องปรับให้เข้ากับรูปหน้า โหนกแก้ม จมูก ปาก ของคนไข้เป็นสำคัญ
ตามวิดิโอจะเป็นการเติม ฟิลเลอร์แบบใช้เข็มทู่ ซึ่งมีข้อดีคือ เจ็บน้อย ไม่ค่อยมีรอยช้ำ ทำให้เส้นลึกที่ผิวหนังจางลง หรือหายไป และไม่ทำอันตรายต่อเส้นเลือดข้างเคียง

2557-04-11

รอยแดงบนใบหน้า

รอยแดงบนใบหน้า

รอยแดงบนหน้าที่พบบ่อยๆเกิดได้หลายสาเหตุได้แก่ 

  • รอยแดงจากสิว รอยแดงมักเกิดชึ้นตั้งแต่เริ่มเป็นสิวจนแม้แต่สิวหายแล้ว บางคนรอยแดงส่วนใหญ่ยังคงอยู่
  • เส้นเลือดฝอยขยายตัว มักเป็นจากพันธุกรรม การดื่มสุรา การใช้ยาบางประเภท เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ เป็นต้น
  • ปานแดง โดยมากมักเป็นแต่กำเนิด ขยายขนาดขึ้นเมื่ิอมีการเจริญเติบโต
  • รอยแดงจากโรคผิวหนังบางอย่าง เช่น โรคเซบเดิมส์ ทำให้เกิดรอยแดงป็นหย่อมๆพบบ่อยที่ปีกจมูก หว่างคิ้ว แก้ม
รอยแดงหลังการรักษาด้วย เลเซอร์
ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

www.skinlaser-hatyai.com
หรือ
www.facebook.com/mailaser


รอยแดงบนใบหน้า ที่พบบ่อยๆ

การรักษาที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันคือการทำเลเซอร์ เนื่องจากผลการรักษาดีที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ
เลเซอร์ที่ใช้รักษารอยแดง ต้องเป็นเลเซอร์ที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับเม็ดเลือดแดงที่อยู่ในเส้นเลือด และมีพลังงานสูงพอที่ทำให้เส้นเลือดตีบเล็กลง  
เลเซอร์ในกลุ่มนี้ได้แก่ ไอพีแอล IPL บางชนิด
                                        เลเซอร์แย็ค ชนิด Long Pulse ND YAG
                                        เลเซอร์ กลุ่ม Pulse Dye
                                        เป็นต้น

2557-03-12

ขั้นตอนการรักษาด้วยฟายสแกน ( FineScan laser )


ฟายสแกน ( FineScan ) เป็นเลเซอร์ในกลุ่ม fractional erbium laser  แฟiกชันนอล เออเบี่ยม
การทำงานของเลเซอร์กลุ่มนี้จะเป็นยิงแสงเลเซอร์เป็นจุดเล็กเล็ก ลงบนผิวหนังโดยมีคอมพิวเตอร์เป็นตัวช่วยกำหนดพลังงานให้ตรงกับจุดที่ต้องการรักษา


ฟายสแกน ( FineScan ) เหมาะกับการรักษาปัญหาผิว ดังต่อไปนี้
- หลุมสิว แผลเป็น
- สิว สิวอักเสบ 
- ลดความมัน ลดขนาดรูขุมขน
- ลดริ้วรอย หรือเพื่อยกกนะชับหน้า
- รอยดำลึกบางประเภท เช่น ฝ้าลึก
- รอยแตกลาย เป็นต้น


หลังรักษาผิวจะมีลักษณะ
: แดงอมชมพู นาน 1-3 วัน
: ร้อนผ่าวๆ 2-3 ชม.
: มีสะเก็ดบางๆซึ่งมองไม่เห็นหลังทำ 3- 4 วัน
: ผิวแห้ง


ข้อปฏิบัติหลังรักษาด้วยเลเซอร์ฟายสแกนคือ
: เลี่ยงแสงแดด นาน1-2 สัปดาห์
: แต่งหน้าได้ทันที ในวันรุ่งขึ้น
: ทาครีมบำรุงเพื่อความชุมชื้น

ผิวจะสวยสวยขึ้นอย่างเห็นได้หลังจากทำ 1-2 สัปดาห์
และครั้งต่อไปจะทำเลเซอร์ได้อีกเมื่อครบ 4 สัปดาห์
สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที
เอ็มเอไอเลเซอร์คลีนิก 
Line ID : mailaser2006
www.facebook.com/mailaser
www.skinlaser-hatyai.com





2554-02-12

รอยดำ [ postinflamatory hyperpigmentation ]

รอยดำบนผิวหนังที่คนทั่วไปรู้จักดี คือรอยดำประเภท กระ ฝ้า ไฝ หรือปาน แต่รอยดำอีกประเภทที่พบบ่อยในคนไทย และเป็นปัญหาหนักใจที่ทำให้คนไข้ต้องมาพบหมอ คือ รอยดำตามหลังการอักเสบของผิวหนังแบบต่างๆ
สาเหตุของการเกิดรอยดำประเภทนี้ ได้แก่

1. ผิวหนังอักเสบติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราหรือไวรัส ทำให้เกิดแผลและทิ้งรอยดำ
2. ผิวหนังอักเสบเนื่องจากการแพ้สัมผัส เช่น แพ้เครื่องสำอาง


รอยดำที่คอจากการเล่นไวโอลิน

รอยดำที่นิ้วจากการแพ้สารเคมี
3. บาดแผลจากอุบัติเหตุ เช่น รอยถลอก ไฟไหม้ น้ำร้อนลวกรอยดำที่ข้อมือจากการทำอาหาร
4. รอยดำหลังจากการใช้ยาทาหรือยารับประทานบางชนิด เช่น ยาต้านมะเร็ง
ยาปฎิชีวนะบางตัว
รอยดำหลังใช้ยา Bleomycin
5. รอยดำจากปัญหาโรคผิวหนังเรื้อรัง อื่นๆ เช่น สิว

รอยดำจากโรคผิวหนัง

รอยดำประเภทนี้โดยมาก มักจะจางลงเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไปแต่รอยดำบางประเภทจางช้ามาก โดยใช้เวลามากกว่า 6 – 12 เดือน ขึ้นไป

การรักษา
มักต้องใช้หลายวิธีร่วมกันจึงจะเห็นผล

· ทายาลดรอยดำ ที่มีส่วนผสมที่ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและยับยั้งการสร้างเม็ดสี เช่น กรดวิตามินเอ กรดอะซีลาอิก สารไฮโดรควิโนน
ยาประเภทสเตียรอยด์

· ปกป้องผิวจากแสงแดด เนื่องจากการโดนแดดจะทำให้รอยดำเข้มขึ้น และหายช้า

· เร่งการผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าออกไป และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เช่น ผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี เป็นต้น
· การใช้เลเซอร์เพื่อช่วยกำจัดเม็ดสีที่ผิดปกติ สามารถทำได้หลายวิธีแต่วิธีที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือ

เลเซอร์เอ็นดีแย็ค 1064 [ ND-YAG 1064 ] โดยแสงเลเซอร์สามารถผ่านลงไปทำลายเม็ดสีในชั้นลึกได้โดยไม่ทำให้เกิดแผลด้านบน


เลเซอร์ฟายสแกน [ FINESCAN LASER 1550] เป็นวิธีการยิงลำแสงขนาดเล็กจำนวนมาก ลงไปบนผิวที่มีรอยดำ ช่วยขจัดเม็ดสีและผลัดออกจึงทำให้รอยดำจางเร็วขึ้น

ไอพีแอล [ IPL ] ได้ผลบ้างแต่ไม่มากนัก

· เลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐาน หรือลองทดสอบบนผิวจุดเล็กๆก่อน
· สิ่งสำคัญที่สุดคือดูแลผิวหนัง ระมัดระวังอย่าให้เกิดแผล หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกา หากมีโรคผิวหนังเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์

อรวิมล สุทธิศิริกุล
เอ็มเอไอเลเซอร์คลีนิค