LINE

ติดต่อสอบถาม ได้ที่ 074-223420 หรือ 081-5988838
LINE ID : mailaser2006
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้เกี่ยวกับผิว / skin disease แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้เกี่ยวกับผิว / skin disease แสดงบทความทั้งหมด

2557-04-11

รอยแดงบนใบหน้า

รอยแดงบนใบหน้า

รอยแดงบนหน้าที่พบบ่อยๆเกิดได้หลายสาเหตุได้แก่ 

  • รอยแดงจากสิว รอยแดงมักเกิดชึ้นตั้งแต่เริ่มเป็นสิวจนแม้แต่สิวหายแล้ว บางคนรอยแดงส่วนใหญ่ยังคงอยู่
  • เส้นเลือดฝอยขยายตัว มักเป็นจากพันธุกรรม การดื่มสุรา การใช้ยาบางประเภท เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ เป็นต้น
  • ปานแดง โดยมากมักเป็นแต่กำเนิด ขยายขนาดขึ้นเมื่ิอมีการเจริญเติบโต
  • รอยแดงจากโรคผิวหนังบางอย่าง เช่น โรคเซบเดิมส์ ทำให้เกิดรอยแดงป็นหย่อมๆพบบ่อยที่ปีกจมูก หว่างคิ้ว แก้ม
รอยแดงหลังการรักษาด้วย เลเซอร์
ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

www.skinlaser-hatyai.com
หรือ
www.facebook.com/mailaser


รอยแดงบนใบหน้า ที่พบบ่อยๆ

การรักษาที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันคือการทำเลเซอร์ เนื่องจากผลการรักษาดีที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ
เลเซอร์ที่ใช้รักษารอยแดง ต้องเป็นเลเซอร์ที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับเม็ดเลือดแดงที่อยู่ในเส้นเลือด และมีพลังงานสูงพอที่ทำให้เส้นเลือดตีบเล็กลง  
เลเซอร์ในกลุ่มนี้ได้แก่ ไอพีแอล IPL บางชนิด
                                        เลเซอร์แย็ค ชนิด Long Pulse ND YAG
                                        เลเซอร์ กลุ่ม Pulse Dye
                                        เป็นต้น

2555-04-22

ใต้วงแขน ขาวใส ไร้ขน


ปัญหารักแร้ดำ ขนคุด ขนดก รูขุมขนอักเสบ เป็นตุ่ม ผิวไม่เรียบ มีกลิ่นตัว รักแร้คล้ำ สีไม่สม่ำเสมอ เป็นปัญหากวนใจสาวยุคใหม่ที่ต้องสวมเสื้อสายเดี่ยว และแขนกุดกันเป็นประจำ
กังวลไม่กล้าโชว์ผิวใต้วงแขน ยิ่งโกน ถอน รักแร้ยิ่งมีปัญหา ยิ่งทา พอก ขัด หรือแว็กซ์ ขนยิ่งดก รักแร้ยิ่งดำ กลายเป็นปัญหาระดับชาติ

เอ็มเอไอเลเซอร์คลีนิก หาดใหญ่ ขอแนะนำ โปรโมชั่นใหม่ที่ให้คุณได้ถึง 3 ต่อ

1) กำจัดขนและรอยดำอย่างถาวร 90-100% ด้วยเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ ร่วมกับ เลเซอร์รอยดำโดยเฉพาะ จึงหมดกังวลได้ว่า ขนจะไม่หมด หรือ รักแร้จะไม่ขาว
2) แถมโปรพิเศษด้วยทรีทเมนส์รักแร้ขาวใส หน้าใสได้ รักแร้ก็ขาวใสขึ้นได้ด้วยทรีทเมนส์ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาปัญหาพิเศษที่รักแร้ โดยเฉพาะ อีก 10 ครั้ง
3) สามารถผ่อน ได้นานถึง 6เดือน เพียงเดือนละ 5900 บาทโดยไม่ต้องมีบัตรพิเศษใดๆทั้งสิ้น (ไม่ต้องกลัวตังค์หมด หรืออดข้าว)

จัดเต็มกันไปเลย โปรดีดี มีให้ทุกเดือน ที่ " เอ็มเอไอ เลเซอร์คลีนิค " ค่ะ รับประกันคุณภาพ และความพึงพอใจเนื่องจากเราเลือกใช้แต่เลเซอร์และทรีทเมนส์ที่ได้มาตราฐานสากลเท่านั้น

ราคา: ผ่อนชำระ 5900 บาท/เดือน

2555-04-06

การฉีดโบท็อกซ์...ดี หรือ ปลอดภัยแค่ไหน ? Is it OK to Do Botox??

โบท็อกซ์....ควรหรือไม่
อันตรายไม๊ ฉีดแล้วต้องฉีดไปตลอดชีวิตหรือปล่าว
หยุดฉีดแล้วจะแย่กว่าเดิมไม๊
ระยะยาวกล้ามเนื้อจะผิดปกติหรือไม่
หน้าจะเหมือนใส่หน้ากากหรือปล่าว
อายุเท่านี้ต้องฉีดโบท็อกซ์แล้วหรือ ?
นี่คือคำถามที่ถูกถามมาตลอด ตั้งแต่หมอก้าวเข้ามาทำงานวงการความสวยความงาม
(ตอนนี้ผ่านมานานเข้าสู่ปีที่เจ็ดแล้ว)ก็พอสรุปได้ดังนี้ค่ะ
1)โบท็อกซ์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดจริง และเห็นผลเร็วภายใน 1-3 วัน ยกเว้นในกรณีฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อ เช่น ลดกรามปรับหน้าเรียว ลดขนาดน่อง ต้องรอประมาณ 2-3 สัปดาห์จึงเห็นผล
2)การฉีดโบท็อกซ์ เป็นศิลปะที่ต้องปรับให้เข้ากับลักษณะปัญหาและโครงสร้างของแต่ละคน จึงสามารถฉีดได้หลายแบบ และไม่มีกฏตายตัว
3)ควรถ่ายรูปก่อนฉีด เพราะหลายครั้งที่จุดบกพร่องบนหน้า เราไม่ได้สังเกตุเห็น เนื่องจากเรามักมองจุดที่มีปัญหามากที่สุดก่อน เมื่อฉีดโบท็อกซ์แล้ว จุดบกพร่องเดิมหายไปก็จะเห็นจุดอื่นมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น
คนไข้ต้องการลดตีนกา เมื่อฉีดหางตาแล้ว ตีนกาหายไปผิวเรียบตึง อาจจะรู้สึกว่าทำไมหว่างคิ้ว หรือใต้ตามีรอยย่นมากขึ้น (ซึ่งจริงๆแล้วมีเท่าเดิมตั้งแต่แรก)เป็นต้น
4)ปลอดภัย 100 % (แต่ต้องเป็นของแท้ที่ผ่าน อย.นะ)เนื่องจากโบท็อกซ์ถูกนำมาใช้ฉีดเพื่อลดริ้วรอยมานานมาก ดังนั้นปัญหาที่เกิดการการฉีดจึงเป็นปัญหาชั่วคราวที่เกิดจากเทคนิควิธีฉีด ซึ่งในทางปฎิบัติจริง พบว่าเกิดขึ้นน้อยมาก ถ้าศึกษาและมีประสบการณ์มากพอ
5)โบท็อกซ์ไม่ได้ทำให้หน้าแก่หรือเหี่ยวเร็วขึ้นเมื่อหยุดฉีด แต่ช่วยชลอริ้วรอยให้เกิดช้าและน้อยกว่าคนไม่ฉีด พูดง่ายๆก็คือ หยุดริ้วรอยไว้ให้เท่ากับหรือน้อยกว่าวันเริ่มฉีด ดูตัวอย่างง่ายดาราค้างฟ้าหลายคนที่หน้ายังเหมือนเดิมตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก (ยิ้มแก้มแทบปริไม่มีตีนกาซักนิด...ใครน๊า ?? )
6)ยังไม่มีรายงานความผิดปกติใดๆต่อกล้ามเนื้อหรือใบหน้า ในคนที่ฉีดโบท็อกซ์มานานๆ
7)การฉีดโบท็อกซ์รุ่นใหม่ๆ หน้าไม่แข็งตึงเหมือนใส่หน้ากากแล้วค่ะ เพราะมีเทคนิควิธีฉีดใหม่เข้ามาเยอะ โดยเฉพาะจากเกาหลี หน้าจึงดูเป็นธรรมชาติจนดูไม่ออกเลยทีเดียวว่าฉีดโบท็อกซ์
8)อายุเท่าไหร่ควรฉีด หลังวัยรุ่นไปแล้วก็โอเคค่ะ โดยมากในคนอายุน้อยจะเป็นการลดหน้าเหลี่ยม ปรับรูปหน้า ลดน่อง ลดเหงื่อที่รักแร้ หน้าใสและกระชับรูขุมขน อายุมากขึ้นจะเป็นเรื่องของริ้วรอยมากกว่า
9)ยี่ห้อของโบท็อกซ์ หมอลองฉีดมาหลายยี่ห้อแล้วที่ผ่าน อย.ในประทศไทย มี Botox Dyspot Neuronox ประสิทธิภาพต่างกันไม่มากค่ะ ขึ้นกับปริมาณที่ฉีดมากกว่า แต่ Dyspotจะออกฤทธิ์เร็วกว่า (เริ่มเห็นในหนึ่งวัน)Botox กับ Neuronox
10)หยุดฉีดโบท็อกซ์ ริ้วรอยก็จะค่อยๆกลับมา ไม่จำเป็นต้องฉีดตลอดไปก็ได้ แต่จะทำใจได้หรือปล่าว เท่านั้นแหละ ^__^

2555-02-19

มาดูวิธีลบรอยสักกัน


การลบรอยสัก ปัจจุบันนิยมใช้เลเซอร์แย็ค [ ND YAG Laser ]มากที่สุด     
เนื่องจากผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ไม่เจ็บและที่สำคัญไม่ทำให้เกิดแผลเป็นบริเวณผิวหนังที่ลบ
ขั้นตอนการรักษาคือทายาชาหรือประคบเย็น หลังยิงเลเซอร์ อาจทายาลดอาการระคายเคือง อักเสบ
รอยโรคจะค่อยๆจางลงเรื่อยๆ โดยมากมักต้องรักษา 2- 10 ครั้งขั้นกับลายและสีที่สัก

2555-01-23

การร้อยไหม เทคนิคเกาหลี Korea Beauty Thread Lift

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ " การร้อยไหม"(ฮิตติดหูกันเลยทีเดียว) ฟังแล้วไม่เข้าใจ นึกภาพไม่ออก
ว่า"การร้อยไหม " เป็นยังไง เจ็บมั้ย ทำแล้วจะได้อะไร ขั้นตอนการรักษาเป็นยังไงและจะเหมาะสมกับใครบ้าง
ลองดูวิดิโอกันเลย
การร้อยไหม ที่ฮิตในปัจจุบัน มีที่มาจากเกาหลี เป็นเทคนิคเดิมที่ศัลยแพทย์ใช้ไหมดึงหน้า ในคนที่ต้องการดึงหน้าให้อ่อนเยาว์และสวยขึ้น แต่เดิมเป็นไหมไม่ละลายและมีหนามเกี่ยวแน่นกับผิว(กันไม่ตกกลับ)
จึงมีปัญหาในการใช้งานและตกค้าง จึงเป็นที่มาของไหมรุ่นใหม่ซึ่งละลายในหกเดือน แต่ผลการยกกระชับยังคงอยู่นาน สองถึงสามปี
Korean Beaute Lift
This is the new innovation from Korea.The old traditional face lift used the non-absorbable suture with barb .the new thread lift use " PDO suture " that last for six month.Long enoung to stimulated skin cells to produce collagen . This face lift can last almost two to three years.

สนใจติดต่อ "เอ็มเอไอ เลเซอร์คลีนิก"
074-223420/081-598-8838
Facebook:
M.A.I.Laser Clinic & Spa

2554-12-17

การร้อยไหมเทคนิคเกาหลี Beaute Lift :new tread for face lift form Korean






ติดตามเพิ่มเติม ที่  www.skinlaser-hatyai.com
http://www.skinlaser-hatyai.com/koreanbeauty_lift_treatment.html
ร้อยไหม ร้อยไหม  "ร้อยไหม สไตล์เกาหลี" ด้วยไหมละลาย
เทคโนโลยีเพื่อยกกระชับผิว เหมาะกับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึง ไม่กระชับ
แก้มป่อง แก้มห้อย คิ้วตก ช่วยปรับรูปจมูก ปรับรูปคาง เก็บไขมันใต้คาง หน้าเรียวเล็ก

2554-03-30

แผลเป็น...ความจริงเป็นเช่นไร ตอนที่ 2

ในตอนแรก เราได้รู้จักแผลเป็นในรูปแบบต่างๆ http://mailaserclinic.blogspot.com/2011/02/1.html

การรักษาแผลเป็นแต่ละแบบ มีความแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด

แต่โดยทั่วไปจุดประสงค์สำคัญคือการทำให้

แผลเป็นมีผิวเรียบ ไม่นูนหรือบุ๋ม สีเหมือนผิวหนังปกติ มากที่สุด


การรักษา แผลเป็นคีลอยด์



  • ฉีดยาที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวจำพวก สเตรียรอยด์ หรือยาเคมีบำบัด ทำให้เซลล์คีลอยด์ฝ่อลง


  • การใช้เลเซอร์ช่วยปรับสีและทำให้ผิวเรียบขึ้นโดยการจัดเรียงคอลลาเจนใหม่ ได้แก่เลเซอร์ประเภทไอพีแอลหรือฟายสแกน และลดการเป็นซ้ำ


  • ปัญหาของการรักษาคีลอยด์ส่วนใหญ่คือการกลับเป็นซ้ำหลังรักษาไปซักระยะเนื่องจากเซลล์คีลอยด์จะกลับมาเติบโตได้อีก และอาจมีอาการคันได้ในบางบริเวณจึงต้องมีการรักษาซ้ำในบางจุด การใช้ยาเคมีบำบัดมาช่วยรักษาทำให้ผลการรักษาดีกว่าการใช้ยาสเตรียรอยด์เพียงอย่างเดียว


รูป A แผลเป็นคีลอยด์ บริเวณหน้าอก


รูป B หลังการรักษาด้วยการฉีดยาทำให้แผลเป็นชนิดนี้เรียบลง แต่จะสังเกตุเห็นได้ชัดเจนว่าสีผิวจะแดงอมชมพูกว่าผิวปกติ ดังนั้นในบางตำแหน่งจำเป็นต้องใช้แสงเลเซอร์มาช่วยรักษา


พญ. อรวิมล สุทธิศิริกุล


เอ็มเอไอ เลเซอร์คลีนิค หาดใหญ่ สงขลา

2554-02-18

แผลเป็น...ความจริงเป็นเช่นไร ตอนที่ 1

การเกิดแผลเป็นเกิดตามหลังการบาดเจ็บที่ผิวหนังจากสาเหตุใดก็ได้แล้วไปการกระตุ้นกระบวณการซ่อมแซมผิว โดยปกติการซ่อมแซมนี้ร่างกายเราพยายามจะซ่อมผิวให้เหมือนเดิมมากที่สุด แต่ความเป็นจริงคือผิวหนังส่วนที่มีแผลเป็นจะมีความแข็งแรงเพียง 70-80 % ของผิวหนังปกติ


หากการซ่อมแซมผิวไม่ได้เกิดตามกระบวนการที่ถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่ไม่น่าดูขึ้น รวมถึงในบางคนอาจมีอาการคัน ชา หรือเจ็บเป็นครั้งคราวร่วมบริเวณแผลเป็นด้วย


ชนิดของแผลเป็นที่พบบ่อย


1) แผลเป็นคีลอยด์ ( Keloids)


เป็นแผลเป็นนูนแข็ง สีชมพูถึงแดงเข้ม ขยายใหญ่ออกนอกแนวแผลเดิมได้ และมักไม่หดเล็กลง พบได้ในคนผิวคล้ำมากกว่าผิวขาว

2) แผลเป็นนูน (Hypertrophic scar)


แผลเป็นชนิดนี้ดูเผินๆคล้ายกับแผลเป็นคีลอยด์ แต่จะนูนน้อยกว่าและแผลจะไม่ขยายออกนอกรอยแผลเดิม


3) แผลเป็นชนิดบุ๋ม (Atrophic scar)


เกิดจากการยุบตัวของชั้นหนังแท้ พบบ่อยที่สุดบนผิวหน้าจากปัญหาสิวอักเสบ


4) รอยแตกลาย (Striae or Stretch marks )

รอยแตกลาย จัดเป็นรอยแผลเป็นบนผิวหนังอีกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษคือเป็นเส้นยาวเกิดจากการอักเสบของชั้นหนังแท้เมื่อผิวมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยมีสีชมพูในช่วงแรกและกลายเป็นรอยสีขาวในที่สุด


การรักษา


ในปัจจุปันการรักษาแผลเป็น สามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นกับลักษณะของแผลเป็น ซึ่งวิธีการรักษาก็จะมีความแตกต่างกัน การใช้เลเซอร์ช่วยในการรักษาเป็นที่นิยมมากที่สุด เนื่องจากเป็นวธีที่เห็นผลมากที่สุดนั่นเอง



อรวิมล สุทธิศิริกุล

ขอบคุณรูปและข้อมูลจาก E-medicine : Laser Revision of Scar : Keyvan Nouri, MD

2554-02-12

รอยดำ [ postinflamatory hyperpigmentation ]

รอยดำบนผิวหนังที่คนทั่วไปรู้จักดี คือรอยดำประเภท กระ ฝ้า ไฝ หรือปาน แต่รอยดำอีกประเภทที่พบบ่อยในคนไทย และเป็นปัญหาหนักใจที่ทำให้คนไข้ต้องมาพบหมอ คือ รอยดำตามหลังการอักเสบของผิวหนังแบบต่างๆ
สาเหตุของการเกิดรอยดำประเภทนี้ ได้แก่

1. ผิวหนังอักเสบติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อราหรือไวรัส ทำให้เกิดแผลและทิ้งรอยดำ
2. ผิวหนังอักเสบเนื่องจากการแพ้สัมผัส เช่น แพ้เครื่องสำอาง


รอยดำที่คอจากการเล่นไวโอลิน

รอยดำที่นิ้วจากการแพ้สารเคมี
3. บาดแผลจากอุบัติเหตุ เช่น รอยถลอก ไฟไหม้ น้ำร้อนลวกรอยดำที่ข้อมือจากการทำอาหาร
4. รอยดำหลังจากการใช้ยาทาหรือยารับประทานบางชนิด เช่น ยาต้านมะเร็ง
ยาปฎิชีวนะบางตัว
รอยดำหลังใช้ยา Bleomycin
5. รอยดำจากปัญหาโรคผิวหนังเรื้อรัง อื่นๆ เช่น สิว

รอยดำจากโรคผิวหนัง

รอยดำประเภทนี้โดยมาก มักจะจางลงเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไปแต่รอยดำบางประเภทจางช้ามาก โดยใช้เวลามากกว่า 6 – 12 เดือน ขึ้นไป

การรักษา
มักต้องใช้หลายวิธีร่วมกันจึงจะเห็นผล

· ทายาลดรอยดำ ที่มีส่วนผสมที่ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและยับยั้งการสร้างเม็ดสี เช่น กรดวิตามินเอ กรดอะซีลาอิก สารไฮโดรควิโนน
ยาประเภทสเตียรอยด์

· ปกป้องผิวจากแสงแดด เนื่องจากการโดนแดดจะทำให้รอยดำเข้มขึ้น และหายช้า

· เร่งการผลัดเซลล์ผิวชั้นหนังกำพร้าออกไป และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เช่น ผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี เป็นต้น
· การใช้เลเซอร์เพื่อช่วยกำจัดเม็ดสีที่ผิดปกติ สามารถทำได้หลายวิธีแต่วิธีที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือ

เลเซอร์เอ็นดีแย็ค 1064 [ ND-YAG 1064 ] โดยแสงเลเซอร์สามารถผ่านลงไปทำลายเม็ดสีในชั้นลึกได้โดยไม่ทำให้เกิดแผลด้านบน


เลเซอร์ฟายสแกน [ FINESCAN LASER 1550] เป็นวิธีการยิงลำแสงขนาดเล็กจำนวนมาก ลงไปบนผิวที่มีรอยดำ ช่วยขจัดเม็ดสีและผลัดออกจึงทำให้รอยดำจางเร็วขึ้น

ไอพีแอล [ IPL ] ได้ผลบ้างแต่ไม่มากนัก

· เลือกใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐาน หรือลองทดสอบบนผิวจุดเล็กๆก่อน
· สิ่งสำคัญที่สุดคือดูแลผิวหนัง ระมัดระวังอย่าให้เกิดแผล หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกา หากมีโรคผิวหนังเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์

อรวิมล สุทธิศิริกุล
เอ็มเอไอเลเซอร์คลีนิค

2554-02-05

ผิวชรา...เป็นอย่างไร [ aging skin ]

เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ผิวของเราเกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามวัย

ปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะแสงแดด ยิ่งทำให้ผิวชราและเสื่อมเร็วขึ้น โดยรังสีจากดวงอาทิตย์ ที่เราเรียกว่า UV-A และ UV-B สามารถทำอันตรายกับผิวหนังชั้นนอก และลงลึกถึงโครงสร้างผิวด้านในได้

ปัจจัยภายนอกอื่นๆที่มีส่วนทำให้ผิวชราเร็วขึ้น คือ บุหรี่ และ มลภาวะ

ความเสื่อมของผิว เกิดได้หลายลักษณะดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงของเซลล์สร้างเม็ดสี

กระ กระแดด ด่างขาว สีผิวไม่สม่ำเสมอ

2. การเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือดใต้ผิว







เส้นเลือดฝอยขยายตัว รอยช้ำสีม่วง ติ่งเนื้อสีแดง

3.การเปลี่ยนแปลงของชั้นหนังแท้และคอลลาเจน
ทำให้ผิวหนังแห้งและบางลง จนเกิดริ้วรอย ผิวหย่อนยาน
4.โรคผิวหนัง ประเภท ต่างๆเช่น
แผ่นผิวหนังหนาสีน้ำตาล [seborrhoeic keratoses]
ตุ่มสีเหลืองบริเวณหน้าผาก [colloid milias]

รูขุมขนอุดตัน [
solar comedones]


2554-02-04

ปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ [ Hyperhidrosis ]


พบได้ 2-3 % ในประชากร เกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกายแต่จุดที่พบบ่อยและเป็นปัญหาที่ต้องมาพบแพทย์ คือ เหงื่อออกมากผิดปกติที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า รักแร้

การหลั่งเหงื่อเป็นการทำงานตามปกติของร่างกายเพื่อระบายความร้อน แต่คนที่มีปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ สาเหตุเชื่อว่าความเครียดในชีวิตประจำวัน หรือ สิ่งแวดล้อม มีส่วนไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการหลั่งเหงื่อมากเกินจากคนทั่วไป

ดังนั้นในคนที่รู้สึกว่าตัวเองเหงื่อออกมาก จะทราบได้อย่างไรว่าเข้าข่ายเป็นโรคหรือไม่ ต้องถามตัวเองดังนี้

  • มีอาการมากกว่า 1ครั้งต่อสัปดาห์ ใช่หรือไม่
  • เหงื่อมากพอกันทั้งสองด้าน เช่น ฝ่ามือสองข้าง หรือ รักแร้สองข้าง ใช่หรือไม่
  • รบกวนชีวิตประจำวันพอสมควร ใช่หรือไม่
  • เริ่มเป็นก่อนอายุ 25 ปี ใช่หรือไม่
  • มีคนอื่นในครอบครัวมีอาการนี้ด้วย ใช่หรือไม่
  • เวลาหลับจะไม่มีอาการเหงื่อออกมาก ใช่หรือไม่

ถ้าคำตอบว่า ใช่ มากกว่า 5 ข้อ ก็แสดงว่าน่าจะเป็นโรคนี้แต่ต้องมาพบแพทย์ก่อนนะค่ะเพราะต้องแยกโรคประจำตัวบางอย่างที่ทำให้เหงื่อออกมากออกไป เช่นโรคไทรอยด์ วัยทอง


การรักษาปัญหาเหงื่อออกมากผิดปกติ ได้แก่




1. ทายาที่ส่วนผสมของเกลืออลูมิเนียมครอไรด์ ความเข้มข้น 10-12 % ก่อนนอน ทิ้งไว้ 6 ชั่วโมง ค่อนข้างระคายเคืองมากพอสมควร




2. แช่มือหรือเท้าในเครื่องมือ ไอออนโต (ไม่เหมือนที่ทำหน้าใสนะค่ะ) 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ อันนี้เท่าที่ทราบจะมีเฉพาะโรงพยาบาลหรือศูนย์ใหญ่ๆ เท่านั้นค่ะ




3. รับประทานยาควบคุมระบบประสาทที่ควบคุมการหลั่งเหงื่อ ได้ผลบ้างในคนที่เหงื่อออกมากทั้งตัว แต่ไม่ค่อยได้ผลกับรักแร้ หรือ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า




4. การผ่าตัด บ้านเราไม่ค่อยทำกันค่ะเพราะยุ่งยากพอสมควร




5. การฉีดยาโบท็อกซ์ ไปช่ายลดการกระตุ้นของระบบประสาทเฉพาะที่ ตอนนี้น่าจะเป็นวิธีเดียวที่เป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันเพราะได้ผลดีมากกว่า 90 % โดยมีผลข้างเคียงน้อยมาก อยู่ได้นาน แต่ราคาค่อนข้างสูงพอสมควร







อรวิมล สุทธิศิริกุล


เอ็มเอไอ เลเซอร์คลินิก


http://www.skinlaser-hatyai.com/


2554-01-28

สิว ....การรักษาด้วยยา isotretinoin กับอัตราการฆ่าตัวตาย



มีการศึกษาที่น่าสนใจจากสวีเดน เกี่ยวกับ ""การรักษาสิวด้วยยา isotretinoin หรือ ยาไอโซเท็น ( Isoten )ที่วัยรุ่นบ้านเราและทั่วโลกนิยมทานเวลาเกิดสิวอักเสบกับอัตราการฆ่าตัวตาย "" การศึกษาพบว่ามีแนวโน้มที่จะมีการพยายามฆ่าตัวตายสูงขึ้นเมื่อเริ่มใช้ยาและขณะที่ใช้ยา โดยจะลดลงเมื่อหยุดใช้ยาไปซักระยะ ตัวนี้ยาเป็นยาที่มีการใช้และห้ามใช้กันมากที่สุด เพราะเป็นยารักษาสิวที่มีประสิทธิภาพสูงในขณะเดียวกันก็มี ผลข้างเคียงจากยาสูงมากเช่นกัน ซึ่งได้แก่
  • ปากแห้ง/ตาแห้ง/ปวดศรีษะ/ไขมันในเลือดสูง

  • ผลข้างเคียงรุนแรงคือ ตับอักเสบ /ตับวาย /ทำให้เกิดความพิการในทารกหากตั้งครรภ์

ดังนั้นการเลือกใช้ยาประเภทนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังค่อนข้างมาก เพราะอาจทำให้อาการซึมเศร้า หดหู่แย่ลง โดยเฉพาะคนที่มีอาการซึมเศร้าจากสิวอยู่ก่อนแล้ว เนื่องจากคนที่จำเป็นต้องใช้ยากลุ่มนี้มี มักมี สิวอักเสบ และแผลเป็นจากสิว หรือหลุมสิวอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งรอยต่างๆเหล่านี้ไม่ได้หายไปแม้จะทานยาแล้วก็ตาม และ โดยมากมักต้องทานยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยหยุดยาแล้วมักมีสิวขึ้นใหม่อีก


จาก Medscape Dermatology 14/12/2010

Association of Suicide Attempts With Acne and Treatment With Isotretinoin: Retrospective Swedish Cohort Study.

Sundström A, Alfredsson L, Sjölin-Forsberg G, Gerdén B, Bergman U, Jokinen J.
BMJ. 2010;341:c5812.
Study Summary
The synthetic oral retinoid isotretinoin can be an effective, life-changing therapy for individuals with disfiguring nodulocystic acne. Enthusiasm for isotretinoin, however, has always been tempered by its long list of potential adverse effects, which range from mild (xerosis, retinoid dermatitis, transient hyperlipidemia) to severe (hepatotoxicity, teratogenicity). Recently, much negative attention has focused on a controversial, potentially life-threatening link between oral isotretinoin use, depression, and suicidal ideation, with some studies suggesting an association[1,2] and others finding none.[3] Now, Sunderström and colleagues report results from a large Swedish retrospective cohort study undertaken to explore the putative link between acne, isotretinoin therapy, and attempted suicide.


This large retrospective study drew from the national registers of isotretinoin users (1980-1989) and cause of death (1980-2001), yielding a cohort of 5756 patients with severe acne (63% men; mean age of men, 22.3 years; mean age of women, 27.1 years) who had been prescribed isotretinoin for a mean treatment length of 6 months. Investigators looked for the number of patients from this group who had been admitted for attempted suicide before, during, or after isotretinoin therapy. These numbers were then compared with age- and gender-matched population controls to determine standardized incidence ratios of first and multiple suicide attempts. On the basis of this analysis, the investigators report the following:

  1. During the observation period, there were 210 hospital admissions (among 128 patients) for attempted suicide; 24 patients committed suicide.


  2. During the year before isotretinoin therapy, the incidence ratio for attempted suicide (all attempts) was raised to 1.57; the incidence ratio was raised even more for first attempts (1.93).


  3. The standardized incidence ratio for attempted suicide was raised during and up to 6 months after isotretinoin therapy (1.78 for all attempts; 1.93 for first attempts).


  4. At 3 years after isotretinoin therapy, suicide risk dropped back to baseline population rates (incidence ratio 1.04 for all attempts; 0.97 for first attempts).


  5. Patients with acne who made their first suicide attempt during isotretinoin therapy were twice as likely to make subsequent attempts as patients who made their first suicide attempt before isotretinoin exposure.


  6. Patients taking multiple isotretinoin courses showed a greater risk of attempting suicide, perhaps as a result of the refractory nature of their acne (eg, treatment failure).

2554-01-27

"กระ" ต่างกับ "ฝ้า" อย่างไร



กระ

มีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลขนาดมักเล็ก กว่า 0.5 ซม.

พบกระจายอยู่บริเวณใบหน้าและผิวหนังที่ถูกแสงแดดเป็นประจำ

สาเหตุจากพันธุกรรมร่วมด้วย เริ่มพบได้ตั้งแต่วัยเด็กจากนั้นจะค่อยๆมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นและสีเข้มขึ้น

การรักษา
-ทาครีมหน้าขาว [whitening ] และ หลบแดดอาจจางลงบ้างแต่ไม่หาย

-ใช้กรดทา หรือผลัดผิว จางลงได้แต่ต้องใช้เวลา

- ทำลายเซลล์สีผิดปกติด้วยเลเซอร์ YAG หรือ IPL รอยโรคหายไปแต่ควรดูแลไม่งั้นมาอีกได้

ฝ้า

มีลักษณะเป็นเปื้อนสีนำตาล เข้ม อ่อน ขึ้นกับความลึกและความหนาของเซลล์สี

พบกระจายบริเวณโหนกแก้ม จมูก โหนกคิ้ว เหนือริมฝีปาก

สาเหตุของการเกิดฝ้านั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าน่าจะมีปัจจัยหลายอย่างร่วมกันได้แก่


  • แสงแดด ทั้ง UV-A และ UV-B

  • ฮอร์โมน จึงพบฝ้าได้บ่อยในคนที่ทานยาคุมกำเนิด หญิงตั้งครรภ์

  • ยารับประทานบางชนิด เช่น ยากันชัก

  • การแพ้เครื่องสำอาง โดยมากเกิดจากสารเคมีที่มีสีที่ผสมมาในเครื่องสำอาง

  • พันธุกรรม

การรักษา

  1. ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ

  2. งดหรือหลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือฮอร์โมน ที่ไม่จำเป็น

  3. เลือกเครื่องสำอางที่มีคุณภาพ

  4. เลือกใช้ยาควบคุมฝ้าที่ได้มาตราฐานโดยรู้จักส่วนผสมและมีการปรับใช้อย่างเหมาะสม

  5. รับประทานยาที่ช่วยควบคุมการเกิดฝ้า

  6. การใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย อาทิเช่น การผลัดผิว การใช้วิตามินบำรุง ช่วยทำให้ฝ้าจางเร็วขึ้น แต่ต้องควบคุมฝ้าด้วยวิธีอื่น ร่วมด้วย

  7. การใช้เลเซอร์ ช่วยรักษา
  • เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวอื่นๆ ร่วมด้วยที่ต้องการการรักษาด้วยเลเซอร์ เช่น กระ ผิวหมองคล้ำ หย่อนคล้อย

  • รักษาด้วยยาอย่างเดียวแล้วไม่เห็นผล หรือมีปัญหาจากยาฝ้าที่ใช้หรือวิธีรักษาเดิมๆ

  • ฝ้าลึกที่รักษาด้วยยาไม่ได้ผล

Onwimon Suttisirikul, MD


http://http//www.skinlaser-hatyai.com/melasma_treatment.html